หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด คืออะไร

Click to rate this post!
[Total: 109 Average: 5]

หากพิจารณาจากงบการเงินในหัวข้อสินทรัพย์หมุนเวียน จะเห็นได้ว่ามีรายการสินทรัพย์หมุนเวียนรายการหนึ่งเรียกว่า “หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด”ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งที่มีผลต่อสภาพคล่องทางการเงินของกิจการ  เพราะสภาพคล่องที่ดีของกิจการนอกจากจะวัดได้จากมูลค่าสินทรัพย์หมุนเวียนจะต้องมีค่ามากกว่าจำนวนหนี้สินหมุนเวียน(ระยะสั้น)ของกิจการแล้ว สินทรัพย์เหล่านั้นควรต้องเป็นหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ซึ่งในบทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับสินทรัพย์ชนิดนี้โดยสรุป ดังนี้

หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด (Marketable Securities) คือ สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว โดยนำไปขายในตลาดได้ทันทีและแปรเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ตามราคาที่อยู่ในตลาดหุ้นขณะนั้นๆ เช่น หุ้น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง ตั๋วแลกเงิน ในรับฝากธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น ซึ่งหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ

  1. หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดประเภทหุ้น (Marketable equity securities) ซึ่งหมายถึงหลักทรัพย์ที่แสดงความเป็นเจ้าของทุนของกิจการ เช่น การถือครองหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ
  2. หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดประเภทหนี้ (Marketable debt securities) ซึ่งหมายถึงหลักทรัพย์ที่แสดงสภาพความเป็นเจ้าหนี้ เช่น หุ้นกู้บริษัท หรือพันธบัตรรัฐบาล

ความสำคัญของหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดต่อกิจการ

นอกจากเงินสดแล้ว หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่สำคัญมากของกิจการ เพราะนอกจากเป็นตัวช่วยสร้างสภาพคล่องที่ดีให้กิจการแล้ว ยังมีความสำคัญในการถือครอง 3 ประการด้วยกันคือ

  • เพื่อให้กิจกรรมการดำเนินงานของกิจการดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสินทรัพย์ในความต้องการของตลาดมีไว้เพื่อใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมประจำวันของกิจการ เช่น เป็นต้นทุนในการซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าจ้างแรงงาน ค่าน้ำค่าไฟในการผลิต โดยสามารถนำมาแปรเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันท่วงทีในกรณีกระแสเงินสดของกิจการไม่เพียงพอ เพื่อป้องกันกิจกรรมการผลิตหยุดชะงักจนเกิดผลเสียตามมา เช่น ผลิตสินค้าไม่ทัน หรือส่งสินค้าล่าช้าจนถูกปรับ เป็นต้น
  • เพื่อใช้ดำเนินกิจกรรมในกรณีฉุกเฉิน หากเกิดกรณีฉุกเฉินในกิจการเช่น ไฟไหม้เครื่องจักรเสียหาย เงินสดในกิจการอาจไม่เพียงพอหรือการกู้เงินจากธนาคารเพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่อาจใช้เวลานาน ดังนั้นหากกิจการมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่เป็นหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด เช่น หุ้นหรือพันธบัตร ก็จะสามารถแปรเปลี่ยนมาเป็นเงินสดได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้สามารถแก้ไขปัญหากรณีฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
  • เพื่อใช้ในการลงทุน หากกิจการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นความต้องการของตลาด ไม่เพียงแต่เสริมสร้างสภาพคล่องของกิจการให้เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้แก่กิจการในอนาคตได้ เช่น การลงทุนซื้อหุ้นในกิจการที่คาดว่าจะมีผลประกอบการที่ดีจนราคาหุ้นสูงขึ้นในอนาคต

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าแม้การถือครองเงินสดจะส่งผลดีต่อสภาพคล่องของกิจการ แต่การมีเงินสดมากเกินความจำเป็นอาจทำให้เกิดการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ เพราะเงินสดไม่ก่อให้เกิดรายได้และผลตอบแทนต่อกิจการ ดังนั้นหากนำเงินสดไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นความต้องการของตลาดไม่เพียงแต่เสริมภาพลักษณ์ที่ดีในส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนของกิจการ ยังเป็นการสร้างโอกาสในการลงทุนและได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น และในขณะเดียวกันก็สามารถขายหลักทรัพย์แปรเปลี่ยนมาเป็นเงินสดได้ทันทีที่กิจการมีสภาพเงินสดขาดมือ ดังนั้นการจัดการเงินสดและหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดให้เหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหาร / เจ้าของกิจการจำเป็นต้องให้ความสำคัญ

(Visited 20 times, 1 visits today)

Leave a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Scroll to Top